SMEs   Franchise   Directory   About Us   Advertising    Contact   Partner
สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ  

หน้าแรก > เว็บบอร์ด > Consult > SME คิดอย่างไร เมื่อ E-Commerce เติบโต

SME คิดอย่างไร เมื่อ E-Commerce เติบโต

2017-02-10 04:35:44 #1

SME คิดอย่างไร เมื่อ E-Commerce เติบโต

‘อี-คอมเมิร์ซ’รุ่งทำให้‘ช็อปปิ้งมอลล์จีน’หันไปเน้น‘รีเทลเทนเมนต์
’Chinese shift to ‘retailtainment’ presses luxury brands By Jessica Rapp 
03/02/2017

ท่ามกลางการช็อปปิ้งทางออนไลน์ในแดนมังกรที่ขยายตัวเติบใหญ่อย่างรวดเร็ว บรรดาผู้บริโภคชาวจีนก็มีการติดต่อสัมพันธ์กับพวกห้างร้านก่ออิฐถือปูนจริงๆ ในลักษณะที่แตกต่างผิดแผกจากเดิมมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นภูมิทัศน์หรือสภาพโดยรวม ของการค้าปลีกของประเทศจีนจึงกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมโหฬาร

อิทธิพลที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องของอี-คอมเมิร์ซ (E-commerce) (บวกกับการที่เศรษฐกิจของจีนยังคงอยู่ในภาวะชะลอตัว ตลอดจนเกิดพัฒนาการด้านภูมิรัฐศาสตร์สำคัญๆ ในรอบปีที่ผ่านมา) กำลังทำให้พวกผู้ค้าปลีกสินค้าหรูหราทั้งหลาย ในตลอดทั่วทั้งเกรทเตอร์ไชน่า (Greater China จีนแผ่นดินใหญ่ไปจนถึงฮ่องกง, มาเก๊า, ไต้หวัน) เวลาที่บริหารจัดการกิจการร้านค้าปลีกก่ออิฐถือปูนจริงๆ ในพอร์ตโฟลิโอของพวกตน จะเน้นเรื่องการคัดสรร, ความคล่องแคล่วฉับไว, และประสิทธิภาพ เพิ่มขึ้นกว่าเดิมมาก

รายงานฉบับใหม่ของบริษัทบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ ซีบีอาร์อี (CBRE) ชี้ว่า เพื่อให้ยังคงรักษาตำแหน่งนำเอาไว้ต่อไปสำหรับปี 2017 นี้ พวกกิจการค้าปลีกสินค้าหรูหราแบบที่เปิดห้างร้านก่ออิฐถือปูนจริงๆ ทั้งหลาย ก็จะยังคงถอยห่างออกจากการมุ่งเน้นขยายกิจการจนเกินไปแบบเมื่อหลายๆ ปีก่อน และหันมาโฟกัสรวมศูนย์จุดที่ตั้งของพวกตน เพื่อตั้งเป้าจับผู้บริโภคใน “พื้นที่แกนกลาง” (core areas) เป็นที่คาดหมายกันว่า ในพื้นที่แกนกลางเหล่านี้ แบรนด์หรูหราต่างๆ จะทำการขยายพื้นที่เรือธง (flagship spaces) ของพวกตน และแทนที่จะคำนึงถึงยอดรวมจำนวนห้างร้านที่เปิดทำการของพวกตน ก็จะเน้นหนักไปที่การทำให้ผู้บริโภคสัมผัสกับประสบการณ์ของแบรนด์ เวลาเดียวกันนั้น แบรนด์หลายรายมากขึ้นน่าที่จะปิดห้างร้านในพื้นที่อื่นๆ เพื่อ “เพิ่มประสิทธิภาพในการขาย”

ในทางเป็นจริงแล้ว การทำให้ผู้บริโภคได้สัมผัสประสบการณ์ของแบรนด์ จะยังคงเป็นแรงขับดันสำคัญที่สุดประการหนึ่งต่อไป สำหรับพวกเจ้าของศูนย์การค้าและบรรดาผู้ค้าปลีกทั้งหลายในปีนี้ ทั้งนี้ตามรายงานฉบับดังกล่าวของซีบีอาร์อี ซึ่งมีชื่อเต็มๆ ว่า รายงานของซีบีอาร์อี ว่าด้วยทิศทางแนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์เอเชียแปซิฟิกปี 2017 (CBRE’s 2017 Asia Pacific Real Estate Market Outlook)

รายงานนี้ชี้ว่า ยอดขายทางอี-คอมเมิร์ซจะยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยคาดหมายว่าจะมีส่วนแบ่งตลาดในการค้าปลีกของเอเชียแปซิฟิกทั้งหมดจากระดับ 15% พุ่งไปเป็น 24% ภายในปี 2020 และจากแนวโน้มการเติบใหญ่ของการช็อปปิ้งออนไลน์เช่นนี้ ก็ได้ผลักดันให้พวกนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ด้านศูนย์การค้าในประเทศจีน ต้องดำเนินการปรับเปลี่ยนยกเครื่องครั้งใหญ่ในช่วงไม่กี่ปีหลังมานี้ ดังจะเห็นได้ว่าพวกช็อปปิ้งมอลล์เปิดใหม่ๆ จะให้น้ำหนักลดน้อยลงกับการมีห้างร้านแบรนด์แฟชั่นดังๆ ตรงกันข้ามกลับหันไปเน้น “รีเทลเทนเมนต์” (retailtainment) ซึ่งประกอบด้วยนันทนาการความบันเทิงรูปแบบต่างๆ ทั้งแบบเดิมๆ อย่างพื้นที่สำหรับการแสดงศิลปะและการศึกษา และทั้งพื้นที่สำหรับอาหารและเครื่องดื่ม

“เดอะแกรนด์ซัมมิต” (The Grand Summit) ในกรุงปักกิ่งเป็นตัวอย่างที่ดีของรูปแบบเช่นนี้ ช็อปปิ้งมอลล์แห่งนี้มีทั้งสตูดิโอบริหารร่างกาย 1 แห่ง, ร้านคาเฟ่และเบเกอรี่หลายร้าน, ศูนย์นิทรรศการศิลปะของชุมชน, ตลาดขายของเกษตรกร, และร้านขายสินค้ามีแบรนด์ต่างๆ หลายหลากซึ่งคนท้องถิ่นเป็นผู้บริหารงานและเปิดกันขึ้นมาโดยเกี่ยวข้องเชื่อมโยงการตลาดออนไลน์สู่ออฟไลน์ (online-to-offline marketing)

ศูนย์การค้าแห่งใหม่อีกแห่งหนึ่งของปักกิ่งที่มีชื่อว่าท็อปวินเซนเตอร์ (Topwin Center) ตั้งอยู่ในเขตซานหลี่ถุน (Sanlitun) ซึ่งเป็นย่านเทรนด์เซตติ้งของนครหลวงของจีนแห่งนี้ ก็ใช้สูตรทำนองเดียวกัน โดยมุ่งดึงดูดลูกค้าด้วยห้างร้านที่เน้นให้ประสบการณ์เทคโนโลยีและการดีไซน์ ขณะเดียวกันก็มียิมระดับไฮเอนด์, พวกคาเฟ่และร้านไลฟ์สไตล์มุ่งจับคนรุ่นซึ่งเกิดในช่วงใกล้เปลี่ยนสหัสวรรษ (millennials) และมีความรู้ความสามารถด้านดีไซน์, ตลอดจนศูนย์แสดงงานศิลปะ, พื้นที่ค้าปลีกแบบป๊อปอัป (pop-up retail spaces), และตลาดแบบปกติทั่วไป

หาอ่านเต็มๆได้ที่ http://manager.co.th/Around/ViewNews.aspx…

------------------------------------------------------------------------------------------------------------
อ่านแล้วได้อะไร

(1)เราเห็นปรากฏการณ์แบบนี้ ในประเทศจีน ที่พวกเขาประสบความสำเร็จ ในการใช้ E-commerce me.จนทำร้านค้าปลีก แบบ Off line มีผลกระทบจนยอดขายลดลง และลามไปถึงศูนย์การค้าด้วย ที่จะต้องปรับตัว เพื่อรองรับ พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป

(2) แน่นอน เป็นเรื่องที่เราเข้าใจได้ง่าย เพราะ e-commerce ทำให้เราซื้อของได้ถูกลง มีทางเลือกได้มากขึ้น ดังนั้นสินค้าที่มีราคาแพง จะเป็นเป้านิ่งที่ถูกกระทบมาก (ห้างในเมืองไทย ยังต้องหันมาทำ E-commerce เลย) ส่วนสินค้าที่เป็น Unique มากๆ เช่น Fashion หรือ Lifestyle Product ก็ทำได้ตลาดได้ดี เพราะไม่ต้องพึ่งช่องทางจาก ร้านค้าปลีกหรือห้างที่เป็น Off line

(3) ศุนย์การค้า (Shopping Mall ) เขาปรับตัว เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภค เพราะอย่างไร มนุษย์ก็จะจับจ่ายสินค้า ถ้าไม่ใช่เพื่อการดำรงชีวิต ก็ต้องเพื่อสันทนาการในชีวิต แน่นอน เราต้องออกไปโชว์ตัวบ้าง ออกไปทานข้าวนอกบ้าน ออกไปเพื่อสังคม มนุษย์ก็ยังต้องการเหมือนเดิมครับ เพียงแต่การซื้อของจาก Off line ลดลง ดังนั้นศูนย์การค้าก็แค่ปรับให้มีพื้นที่ เพื่อให้คนได้ในสิ่งที่เขาต้องการมากขึ้น (Siam Discovery ก็ทำสำเร็จมาแล้ว ในการปรับตัวเอง แต่เขาคิดล่วงมาแล้ว 2 ปี)

(4)ไม่ต้องบอก คุณก็เข้าใจ เมืองไทยเราก็จะเป็นแบบนี้เหมือนกัน เช่น The terminal 21 ก็ถือว่ามาถูกทาง (ไม่เน้นการขายสินค้า แต่เน้นเป็นศุนย์อาหารนานาชาติ)

ดังนั้น SME ในเมืองไทย ต้องมองประเด็นเรื่องการปรับตัวของห้าง ว่าเกี่ยวข้องอย่างไรกับธุรกิจของเรา 
เราต้องคิดถึงเรื่อง Online, Offline ไปพร้อมๆกัน และจะต้องจับมารวมกัน เพื่อสร้างธุรกิจและยอดขายไปพร้อมๆกัน เช่นการทำ Online เพื่อ Sale และ Promote แต่ Off Line จะทำหน้าที่เพื่อการ Promote

( Off line ของผมจะหมายถึง การมีสื่อ หรือหน้าร้าน ที่ช่วย Promote ธุรกิจและสินค้า
เพราะเป็นการสร้างความเชื่อถือ และเป็นองค์ประกอบหนึ่งของการสร้าง Brand ให้กับธุรกิจและสินค้าของคุณ)

อย่าให้เขาเห็นคุณ แค่ Web site หรือ Fanpage คุณอาจสร้าง Office ขึ้นมา แต่มันจะอยู่ในซอยก็ไม่เป็นไร แต่ก็ถือว่ามันเป็น Offline ที่คุณถ่ายรูปเอาไป Show ที่ไหนก็ได้เหมือน) 
-------------------------------------------------------------------------------

สรุปเนื้อหาโดย : อนันต์ วชิราวุฒิชัย ( Tangram Strategic Consultant )
FB : SME knowledge Connection
Blogger The principle : anant-vachiravuthichai.blogspot.com
FB/Line : tangram.stracon ,

We provide Class room & Consultant for SME :
>Class Room :
The Solution for Business Model
The Inter’ Business for SME
>Consultant for Brand Model & Business Model

 

แสดงความคิดเห็น
กรุณาล็อคอินเข้าระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น
สถานที่จัดงานแต่งงาน - เรือนไทยสิริ

กระทู้ยอดนิยมประจำสัปดาห์


กระทู้อัพเดทล่าสุด

ชุดสีแดง ปากสีอะไรดีล่ะ ไปเลือกลิปสติกสีแซ่บคู่กับชุดดีกว่า
บาร์โค้ดสแกนเนอร์ พร้อมขาตั้ง มีฟังชั่นการอ่านบิลอัตโนมัติ
เครื่องสแกนลายนิ้วมือ สแกนนิ้วมือลงเวลา Fingerprint Time Attendance Clock Recorder Employee
แผงโซล่าเซลล์ Schutten Solar Cell ราคาถูก
Secret of Branding
Secret of Branding

 
Hot! Update News SMEs Franchise Tip &Trick Business Plan
Business plan Marketing plan Financial&Investing Plan Market Info Program & Software Sample Business plan
Shopping&Download Webboard Biz Directory

เข้าร่วมธุรกิจ

Book&Magazine

แนะนำ SME

แนะนำ Franchise

Copyright 2014 Bisnescafe.com All Rights Reserved.